ตกใจทั้งศาล รู้”ทนายตั้ม” ทำอะไรหลังรอดถูกยึดทรัพย์ 71 ล้าน

วันที่ 24 ก.พ. 2569 จากกรณีศาลแพ่งยกคำร้องอัยการ ไม่ให้ริบทรัพย์ ทนายตั้ม ษิทรา ตกเป็นของแผ่นดิน จากคดีฉ้อโกง เจ๊อ้อย 71 ล้าน ระบุว่าไม่มีมูลมากพอ ยังฟังไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ฟอกเงิน จึงสั่งให้คืนทรัพย์สินทั้งหมดที่ ป.ป.ง.ยึดอายัดไว้

เกี่ยวกับเรื่องนี้ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊ก ทนายคลายทุกข์ ระบุว่า วันนี้ได้ฟังข่าวเรื่องทนายตั้ม ศาลแพ่งในคดีแพ่งเกี่ยวกับเรื่องการฟอกเงินที่พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ยึดทรัพย์สินของทนายตั้ม โดยมีความเชื่อว่าเป็นลักษณะของการฉ้อโกงโดยปกติธุระ ฐานฟอกเงิน ก็มีการไต่สวนว่าจะยึดทรัพย์สินของทนายตั้มทั้งหมด ก็ปรากฏว่าวันนี้ศาลตัดสินแล้วว่า ทนายตั้มไม่ได้กระทำความผิดเกี่ยวกับเรื่องความผิดมูลฐาน ไม่มีพยานหลักฐานยืนยันเกี่ยวกับเรื่องการฉ้อโกงเป็นปกติธุระ อันจะเป็นเงื่อนไขในการที่จะยึดอายัดทรัพย์สินของทนายตั้มให้ตกเป็นของแผ่นดิน

ทนายตั้มก็ได้ต่อสู้คดีด้วยตัวเอง ตนได้รับแจ้งจากคนที่ไปฟังการพิจารณา เล่าให้ฟัง แต่ไม่ขอเอ่ยชื่อ บอกว่าทนายตั้มสู้คดีด้วยความแค้น ร่างคำคัดค้านการถูกยึดทรัพย์ฟอกเงินด้วยตนเองจากในคุก ชนะคดีก็ก้มลงกราบศาล น้ำตานองหน้า

แล้วก็มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ เช่น อาจจะเป็นเรื่องของการให้โดยเสน่หา ไม่ใช่ของการฉ้อโกง เมื่อคดีนี้ไม่เป็นการฉ้อโกง ไม่ใช่การฉ้อโกงแบบปกติธุระ ไม่ใช่ความผิดมูลฐาน ไม่สามารถดำเนินคดีฟอกเงินได้ จะยึดอายัดทรัพย์เขาไม่ได้ ก็จะส่งผลต่อคดีอาญา

Scroll to Top